การทำรากฟันเทียม (Dental Implants)

การทำรากฟันเทียม (Dental Implants)

การทำรากฟันเทียม (Dental Implants)

การทำรากฟันเทียมถือได้ว่าเป็นการใส่ฟันเพื่อทดแทนการสูญเสียฟันที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด อีกทั้งช่วยชะลอหรือลดการเสื่อมสลายของกระดูกรองรับรากฟันได้
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางทันตกรรมมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้ลดความยุ่งยาก ขั้นตอนและระยะเวลาที่ใช้ในการรักษาลงอย่างมาก

ปัจจุบันการใส่รากฟันเทียมในกรณีที่ฟันหายไป ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในกรณีที่มีฟันหายไป 1-2 ซี่ รวมถึงรากฟันเทียมก็มีส่วนช่วยให้ฟันเทียมชนิดถอดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่ารากฟันเทียมมีส่วนช่วยในการทำฟันเทียมเกือบทุกกรณี

การทำรากฟันเทียม (Dental Implants) | ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม

Implant Body or Fixture (ตัวรากฟัน หรือ ส่วนรากเทียมที่ฝังลงไปในกระดูก)

คือ ส่วนของรากเทียมที่มีลักษณะคล้ายสกรู หรือ น๊อต ที่ฝังจมลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อให้มีการยึดติดกับกระดูกขากรรไกรทำหน้าที่เหมือนรากฟัน

Implant Abutment (แกนรองรับฟันปลอม)

คือ ส่วนยึดต่อระหว่าง Implant Body และส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ ที่ทำจากไททาเนียม หรือ เซรามิค ทำหน้าที่แทนส่วนของตัวฟัน

Crown (ตัวครอบฟัน หรือฟันปลอม)

เป็นส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ (Prosthetic component) คือ ส่วนของฟันเทียม เช่น ครอบสะพานฟัน, ฟันเทียมถอดได้ที่ยึดกับ Implant Abutment ซึ่งจะใช้กาวทางทันตกรรมยึดหรือสกรู

การฝังรากฟันเทียมในปัจจุบันมีหลายแบบด้วยกัน

  • การฝังรากฟันเทียมแบบที่นิยมใช้โดยทั่วไป โดยปกติผู้ป่วยที่ฝังรากฟันเทียมโดยวิธีนี่ต้องใช้ระยะเวลาในการรอใส่ครอบฟันประมาณ 3-6 เดือน
  • การฝังรากฟันเทียมแบบทันที เป็นวิธีการที่สามารถฝังรากฟันเทียมได้ทันที ภายหลังการถอนฟัน
  • การฝังรากฟันเทียมพร้อมครอบฟันทันที เป็นการฝังรากฟันเทียมที่ทันตแพทย์จะทำการยึดครอบฟันปลอมหรือสะพานฟัน ทั้งแบบชั่วคราวหรือแบบถาวรทันทีภายหลังได้รับการฝังรากฟันเทียม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา

ข้อดีของรากฟันเทียม

  • ผู้ป่วยไม่ต้องกรอแต่งฟันซี่ข้างเคียง
  • ป้องกันการสูญเสียฟันและกระดูกข้างเคียง
  • สามารถใช้ฟันบดเคี้ยวได้ดี ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้สุขภาพดีไปด้วย
  • ดูเป็นธรรมชาติและการใช้งานมีประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด
  • เมื่อร่วมกับฟันเทียมแบบถอดได้ จะหมดปัญหาฟันเทียมขยับระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร
  • ช่วยการใส่ฟันเทียมแบบถอดได้ความรู้สึกสบาย มีความแน่นกระชับมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยให้ไม่มีปัญหากับการออกเสียงเวลาพูด เมื่อเทียบกับการใส่ฟันเทียมชนิดอื่น ๆ
  • เพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • มีความคงทนและถาวร และมีระยะเวลาในการใช้งานได้ยาวนานหลายปีหรือตลอดไป หากได้รับการดูแลรักษาทำความสะอาดที่ดี

ใครบ้าง ที่ควรเข้ารับการทำรากฟันเทียม

ผู้ที่มีการสูญเสียฟันแท้ไป สามารถรับการรักษาด้วยรากฟันเทียมได้ทุกคนโดยไม่กำหนดช่วงอายุ

ใครบ้าง ที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี เนื่องจากเด็กจะมีกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งควรรอให้คลอดบุตรก่อน จึงสามารถทำรากฟันเทียมได้
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเสี่ยงต่อการที่บาดแผลหายช้า อักเสบ และติดเชื้อได้
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ที่ต้องได้รับการฉายรังสีบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน หรือ มีภาวะกระดูกไม่แข็งแรง
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบรุนแรง ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติม ก่อนทำรากฟันเทียม
  • ผู้ป่วยที่เป็นลูคิเมีย
  • ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ ซึ่งควรได้รับการรักษาเพิ่มเติม ก่อนทำการฝังรากเทียม
  • ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือสูบบุหรี่จัด เพราะจะมีผลต่อความสำเร็จในการรักษา
  • ส่วนผู้ป่วยจิตเภท
  • ผู้ป่วยที่มีอาการไขข้ออักเสบรุนแรง
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเองได้

ทำรากฟันเทียมได้ตอนอายุเท่าไหร่

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาทำรากฟันเทียม ทันตแพทย์แนะนำให้ทำได้ตั้งแต่ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายได้หยุดการเจริญเติบโตแล้ว

ข้อควรพิจารณาในคนไข้ที่ต้องการฝังรากฟันเทียม

คนส่วนใหญ่สามารถใส่รากฟันเทียมได้ แต่ในบางกรณีอาจมีกระดูกในขากรรไกรไม่เพียงพอ อาจจะต้องปลูกถ่ายกระดูกหรือผ่าตัดยกโพรงอากาศขึ้นซึ่งจะเป็นไปตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ในผู้ที่มีภาวะโรคประจำตัวบางประเภท หรือรับประทานยาที่จำกัดทางเลือก ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีภาวะเสี่ยงสูงที่ผลการรักษาอาจล้มเหลวได้
อย่างไรก็ดี การฝังรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับสภาพเหงือกและปริมาณกระดูกในคนไข้แต่ละคน
ดังนั้น ก่อนเข้ารับการรรักษาคนไข้สามารถเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมตัวเข้ารับการทำรากฟันเทียม

ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาด้วยรากฟันเทียมทุกราย จะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย และ ประเมินอย่างละเอียดโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมรากฟันเทียม เพื่อความเหมาะสมและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งต้องเป็นทันตแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญ เพื่อที่จะสามารถเลือกรากเทียมที่เหมาะสมกับคนไข้ให้มากที่สุด และมีความเข้าใจเรื่องการบดเคี้ยว รวมถึงขั้นตอนทางทันตกรรมประดิษฐ์ สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยารักษาโรคอื่น ๆ อยู่ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ และสิ่งที่สำคัญผู้ป่วยควรดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดีก่อนเข้ารับการรักษาทำรากฟันเทียมด้วย

อายุการใช้งาน และการดูแลรักษารากฟันเทียม

รากฟันเทียม ทำมาจากไททาเนียมซึ่งมีความคงทนมาก อายุการใช้งานจะอยู่ที่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย รากฟันเทียมไม่ผุแต่เกิดโรคเหงือกอักเสบได้หากดูแลได้ไม่ดี การดูแลรักษาก็เหมือนการดูแลรักษาฟันธรรมชาติ คือ การแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน และได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ หากทำทุกอย่างได้ดีรากฟันเทียมก็จะอยู่ได้ไปตลอด .


Line Add Friends - @Digital Dental Center

ทันตแพทย์รากฟันเทียม