การบูรณะฟันแบบ Inlays และ Onlays

การบูรณะฟันแบบ Inlays และ Onlays

Inlays และ Onlays

เมื่อคนไข้เมื่อพบว่าตนเองมีปัญหาเรื่องฟันผุ ฟันแตก หรือมีการสูญเสียเนื้อฟันขนาดใหญ่ มักจะนึกถึงวิธีการรักษาโดยการครอบฟัน แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยี CAD/CAM เข้ามาช่วยในการออกแบบ และสร้างชิ้นงานเซรามิกด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถทำเสร็จภายในวันเดียว ซึ่งต่างจากเดิมที่คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา 2-3 ครั้ง
หลังจากที่ได้ชิ้นงานแล้ว ทันตแพทย์จะนำชิ้นงานมาทดสอบกับผนัง และขอบของโพรงฟันที่ทำการกรอแต่งเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากชิ้นงานมีขนาดพอดีกับโพรงฟันแล้ว ทันตแพทย์จะทำการยึดติดด้วยกาวทางทันตกรรม เรียกวิธีการบูรณะฟันแบบนี้ว่า “Inlays/Onlays” ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะทำให้ฟันมีความสวยงาม แข็งแรง และทนทานมากกว่าการอุดฟัน อีกทั้งยังช่วยลดอาการเสียวฟัน และถูกกรอเนื้อฟันน้อยกว่าการทำครอบฟัน

Inlays/Onlays ต่างจากการอุดฟันธรรมดาอย่างไร

การอุดฟันแบบ Inlays และ Onlays มีความคล้ายคลึงกับการอุดฟันธรรมดา แตกต่างตรงที่การอุดฟันแบบ Inlays และ Onlays ใช้กับคนไข้ที่จำเป็นต้องได้รับการอุดฟันที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งการอุดฟันแบบ Inlays เป็นการอุดฟันด้านในตัวฟัน (Intracoronal Restoration) ส่วนการทำ Onlays จะมีวิธีการคล้ายคลึงกับการทำ Inlays เพียงแต่จะมีพื้นที่ในการอุดมากกว่าคือ ทั้งด้านในตัวฟัน และส่วนที่มีขอบเขตอยู่ผิวนอกของตัวฟัน (Extracoronal Restoration)

ข้อดีของการบูรณะฟันแบบ Inlays และ Onlays

  1. มีความสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ
  2. มีความแข็งแรง ทนทานมากกว่าการอุดฟันธรรมดา
  3. มีอายุการใช้งานนาน
  4. ลดอัตราการหดตัวของวัสดุอุดหลังการฉายแสง และลดอาการเสียวฟันภายหลังการบูรณะฟัน
  5. เป็นอีกทางเลือกแทนการครอบฟันในกรณีที่คนไข้มีปัญหาฟันไม่มากนัก
  6. ลดระยะเวลาในการรักษา ด้วยเทคโนโลยี CAD/CAM ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ และสร้างชิ้นงาน ในกรณีที่คนไข้ต้องบูรณะฟันหลายซี หรือมีขนาดใหญ่ ก็สามารถเตรียมวัสดุบูรณะพร้อมกันภายนอกช่องปากได้
  7. ป้องกันความร้อนหรืออันตรายจากการกรอแต่งวัสดุในช่องปากได้ เนื่องจากมีการตกแต่งชิ้นงานภายนอกช่องปาก
  8. วัสดุเซรามิกที่ใช้ในการทำ Inlays และOnlays จะไม่มีเปลี่ยนสี เนื่องจากอายุการใช้งานหรือคราบอาหาร

การดูแลรักษาหลังการทำ Inlays และ Onlays

  1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
  2. ใช้ไหมขัดฟันร่วมกับการแปรงฟัน
  3. ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ก่อนนอนทุกวัน โดยกลั้วและอมน้ำยาไว้ในปากอย่างน้อย 1 นาที และไม่ควรดื่มน้ำหรือทานอาหารภายใน 30 นาทีหลังการบ้วนปาก
  4. ควรรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการรักษา
  5. ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม

Line Add Friends - @Digital Dental Center